ปัจจุบันโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ของคนไทย ทุกๆ ชั่วโมงจะมีคนไทยตายจากโรคหลอดเลือดสมอง ๕ คน ตายจากโรคหลอดเลือดหัวใจ ๒ คน ตายจากเบาหวาน ๒ คน สาเหตุที่สำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือดเกิดจากการแข็งและตีบตันของหลอดเลือดแดง (atherosclerosis) ซึ่งถ้าเกิดที่หลอดเลือดหัวใจจะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเรื้อรัง หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เกิดที่หลอดเลือดสมองทำให้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต เกิดที่ไตทำให้ไตเสื่อม และความดันเลือดสูง เกิดที่หลอดเลือดแดงส่วนปลายทำให้อวัยวะต่างๆ ขาดเลือด เช่น หลอดเลือดแดงที่ขาตีบ ทำให้เกิดอาการปวดขามากเวลาเดินไกล หรือถ้าหลอดเลือดตีบตันมากเฉียบพลัน กล้ามเนื้อที่ขาอาจจะเน่าตาย จนต้องตัดขาเพื่อรักษาชีวิต เป็นต้น
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดหลอดเลือดแดงแข็ง ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันเลือดสูง ไขมันผิดปกติ (ไขมันไม่ดี คือ โคเลสเตอรอลสูงเกินไป หรือไขมันที่ดี คือ เอชดีแอลต่ำเกินไป) การสูบบุหรี่ อายุที่มากขึ้น เพศชายหรือเพศหญิงหลังหมดประจำเดือน ประวัติในครอบครัว เป็นต้น ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบแคบลงจนเกิดอาการเจ็บแน่นหน้าอกเวลาออกแรง เวลาโมโหหรือรีบๆ ทำอะไร เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่พอกับความต้องการเลือดของหัวใจที่เพิ่มขึ้น จนเกิดอาการหัวใจขาดเลือดซึ่งมักจะเป็นๆ หายๆ เรื้อรัง ไม่อันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ในกรณีที่เกิดการอุดตันทันทีของหลอดเลือดแดงที่หัวใจ จากการปริแตกเป็นแผลของผนังหลอดเลือดแดงและมีก้อนเลือดมาอุดหลอดเลือดจนตัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย ผู้ป่วยอาจจะเกิดการเต้นของหัวใจผิดปกติอย่างรุนแรงจนเสียชีวิต หรือเจ็บแน่นหน้าอกอย่างรุนแรง เนื่องจากกล้ามเนื้อหัวใจตาย และเกิดหัวใจวายตามมาได้
พอเข้าสู่วัยกลางคน หลายๆ คนโดยเฉพาะคุณผู้ชายหรือคุณผู้หญิงที่หมดประจำเดือนแล้ว จะเริ่มอยากรู้ว่าตัวเองจะมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดแดงแข็ง จนเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ อัมพฤกษ์ อัมพาตหรือไม่ โดยเฉพาะคนที่มีปัจจัยเสี่ยงอยู่ บางรายก็ถึงกับเกิดอาการเฉียบพลันของโรคหลอดเลือดแดงแข็งหรือเสียชีวิต แล้วก็เริ่มสงสัยว่า แล้วเราจะเป็นอย่างเขาไหมนี่ วิธีง่ายๆ ที่จะบอกโอกาสเสี่ยงของเรา ก็คือ ต้องรู้ว่าเรามีปัจจัยเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน ได้แก่
ส่วนไขมันโคเลสเตอรอล ถ้าเกิน ๑๙๐ มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร เราก็เริ่มมีโอกาสเสี่ยง ยิ่งสูงมากยิ่งเสี่ยงมากโดยเฉพาะถ้าสูงเกิน ๓๒๐ มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ต้องพบแพทย์เพื่อรักษา สำหรับไขมันเอชดีแอล ซึ่งเป็นไขมันดี ยิ่งต่ำยิ่งเสี่ยงมาก (โดยทั่วไปควรสูงเกิน ๔๐ มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร) นำค่าโคเลสเตอรอลตั้งหารด้วยเอชดีแอล จะเป็นอัตราส่วนไขมันไม่ดีต่อไขมันที่ดี ถ้ามีค่ามากกว่า ๕ ถือว่ามีโอกาสเสี่ยง (ค่ายิ่งสูงยิ่งเสี่ยงมาก) ควรจะไปพบแพทย์ และแพทย์มักจะแนะนำให้งดอาหารและเครื่องดื่มมากกว่า ๑๒ ชั่วโมง แล้วเจาะเลือดอีกครั้งเพื่อตรวจหาค่าไขมัน ไตรกลีเซอไรด์ คำนวณค่าไขมันเอชดีแอลและวางแผนการรักษาป้องกันต่อไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น